เสวนาออนไลน์ “ความคิดเห็นต่อประกาศ แพทยสภา 62/2567” โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย พญ.สุธิดา อารยเมธี นพ.อธิพงศ์ พลชัย และนายชาย นิ่มละมัย

สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการเสวนาออนไลน์ “ความคิดเห็นต่อประกาศ แพทยสภา 62/2567” โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย พญ.สุธิดา อารยเมธี นพ.อธิพงศ์ พลชัย และนายชาย นิ่มละมัย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2567 เวลา 21:00 – 22:00 น. ผ่าน ZOOM

1. ความชอบธรรมของประกาศและแนวทางทางกฎหมาย

จากการเสวนา มีข้อกังวลเกี่ยวกับความชอบธรรมของประกาศฉบับหนึ่งที่อาจขัดต่อกฎหมายแม่ ผู้เข้าร่วมอภิปรายตั้งคำถามว่าสามารถฟ้องศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอนประกาศดังกล่าวได้หรือไม่ พร้อมสอบถามถึงกระบวนการและแนวทางในการดำเนินการทางกฎหมาสัญญาที่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย

2.สัญญาที่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย

มีการตั้งคำถามว่าหากมีการทำสัญญาในลักษณะ “แขวนป้าย” (เช่น การให้สิทธิ์ในการโฆษณาหรือแสดงชื่อ) จะถือเป็นสัญญาที่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมถึงกฎหมายเฉพาะทางที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ข้อบังคับเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของผู้ดำเนินการสถานพยาบาล พรบ.สถานพยาบาล และประกาศแพทยสภาดังกล่าว

3. การใช้วุฒิการศึกษาในการแสดงคุณวุฒิทางวิชาชีพ

มีการพูดถึงวุฒิการศึกษา เช่น MSc (Master of Science) ว่าสามารถนำมาใช้แสดงคุณวุฒิได้หรือไม่ โดยมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการแสดงวุฒิที่เกี่ยวข้อง หากเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพต้องตามมาตรา 28 พรบ.วิชาชีพเวชกรรม ระบุเฉพาะ วุฒิบัตรและอนุมัติบัตร หรือที่แพทยสภารับรอง จึงต้องให้แพทยสภารับรองก่อน แต่วุฒิที่ไม่เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพแสดงได้

4. ข้อจำกัดในการโฆษณายาและการเปรียบเทียบกับต่างประเทศ

มีการอภิปรายเกี่ยวกับการโฆษณายาในประเทศไทย ซึ่งมีข้อห้ามมากมาย ต่างจากในสหรัฐอเมริกาที่สามารถโฆษณายาพร้อมกับชื่อทางการค้า (Tradename) ทางโทรทัศน์ได้ รวมถึงประโยคหรือคำที่ใช้ได้หรือใช่ไม่ได้ และการส่งไปเพื่อพิจารณาอนุมัติก่อน

5. พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และการแก้ไขเพิ่มเติม

มีการสอบถามถึงปีของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกาศใช้ครั้งแรกในปี 2550 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมในปี 2560 ปัจจุบันเป็นฐานความผิดที่ได้นำมาใช้กับการโฆษณาทางการแพทย์บ่อยครั้ง

6. การรวมกลุ่มและการทำงานเป็นทีมเพื่อผลักดันประเด็นต่างๆ

ผู้เข้าร่วมบางท่านสอบถามถึงการทำงานเป็นทีมว่าควรมีจำนวนสมาชิกเท่าไร และใครควรเป็นผู้นำทีมในการดำเนินการด้านกฎหมายหรือขับเคลื่อนประเด็นสำคัญ โดยยื่นต่อแพทยสภาได้

7. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมเสวนา

ผู้เข้าร่วมเสวนาหลายท่านแสดงความพึงพอใจต่อเนื้อหาและองค์ความรู้ที่ได้รับ พร้อมสนับสนุนให้มีการจัดเสวนาในลักษณะนี้อีกในอนาคต

สรุป

การเสวนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับข้อกฎหมายและสิทธิของผู้ประกอบวิชาชีพ รวมถึงการเปรียบเทียบข้อจำกัดทางกฎหมายของไทยกับต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติและการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญอย่างเป็นรูปธรรม