ช่องว่างระหว่างมาตรฐานการรักษา และความพึงพอใจของผู้ป่วย

การรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์กับความคาดหวังของผู้ป่วยในมุมมองของคนทั่วไป การรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ควรนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีและความพึงพอใจของผู้ป่วย แต่ในทางปฏิบัติ ข้อร้องเรียนและข้อพิพาทจำนวนไม่น้อย เกิดขึ้นทั้งที่การรักษา เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ ไม่ได้มีความผิดพลาดทางเทคนิคหรือความประมาทอย่างชัดเจน ในทางกฎหมาย ประเด็นจึงไม่ได้พิจารณาเพียงว่า “แพทย์รักษาถูกหรือไม่” แต่ยังพิจารณาว่า ผู้ป่วยได้รับข้อมูลและความเข้าใจเพียงพอหรือไม่

1. การรักษาที่ถูกต้องในมุมแพทย์ และในมุมกฎหมาย

ในทางการแพทย์ การรักษาที่ถูกต้องหมายถึงการดูแลรักษาที่สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ ภายใต้ข้อมูลและข้อจำกัดที่มีในขณะนั้น แต่ในทางกฎหมายการรักษาที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอหากไม่สามารถแสดงให้เห็นว่า แพทย์ได้อธิบายแนวทางการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยเข้าใจความเสี่ยงและข้อจำกัด การตัดสินใจรักษาเป็นไปโดยสมัครใจและมีข้อมูลครบถ้วน กฎหมายจึงมอง “กระบวนการ” ควบคู่ไปกับ “ผลการรักษา”

2. ความพึงพอใจของผู้ป่วยกับสิทธิในการรับรู้ข้อมูล

ในเชิงกฎหมาย ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับข้อมูลที่เพียงพอเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจรับหรือปฏิเสธการรักษา ความไม่พอใจจำนวนมากไม่ได้เกิดจากผลการรักษาโดยตรง แต่เกิดจากความรู้สึกว่า ไม่ได้รับคำอธิบายอย่างชัดเจน ไม่เข้าใจความเสี่ยงตั้งแต่ต้น หรือไม่รู้ว่าผลลัพธ์อาจแตกต่างจากที่คาดหวัง เมื่อความเข้าใจไม่ตรงกัน ความไม่พอใจอาจพัฒนาไปเป็นข้อร้องเรียนได้ง่าย

3. ช่องว่างระหว่าง “มาตรฐานวิชาชีพ” กับ “ความคาดหวัง”

แพทย์ประเมินการรักษาจากหลักวิชาการ แต่ผู้ป่วยมักประเมินจากผลลัพธ์และความรู้สึกของตนเอง ในหลายกรณี ผลการรักษาอาจอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ในทางการแพทย์ แต่ไม่ตรงกับความคาดหวังของผู้ป่วย ในทางกฎหมาย หากผู้ป่วยสามารถแสดงได้ว่า ตนเองไม่เข้าใจความเสี่ยงหรือข้อจำกัดตั้งแต่ต้น ข้อพิพาทอาจไม่ได้จบลงที่การพิจารณามาตรฐานการรักษาเพียงอย่างเดียว

4. การสื่อสารในฐานะ “กลไกลดความเสี่ยงทางกฎหมาย”

การสื่อสารที่ดี ไม่เพียงช่วยสร้างความเข้าใจ แต่ยังเป็นการลดความเสี่ยงทางกฎหมายโดยตรง การอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจว่า การรักษามีเป้าหมายอะไร อะไรคือสิ่งที่คาดหวังได้ และอะไรคือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ช่วยให้ความคาดหวังของผู้ป่วยอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และลดโอกาสเกิดข้อพิพาทในภายหลัง

บทสรุป

ในหลายกรณีการรักษาที่ถูกต้องตามมาตรฐานอาจยังไม่เพียงพอหากขาดความเข้าใจร่วมกัน เมื่อแพทย์ให้ความสำคัญกับทั้งการรักษาและการสื่อสารไม่เพียงช่วยดูแลผู้ป่วยได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยลดความไม่พอใจและความเสี่ยงทางกฎหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม